*คำเตือน เอนทรี่นี้กับเอนทรี่ที่แล้วเนื้อหาคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนอันก่อน อยากอ่านให้ชัด ก็ทนอ่านทั้งคู่นะครับ อิอิ*

 

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านบล็อก Exteen ทุกท่าน

เนื่องด้วยการใช้ภาษาไทยของคนสมัยนี้มันช่างยากแก่การห้ามปรามไม่ให้ใช้ภาษาวิบัติกัน

กูเลยลองใช้ภาษานี้ดูเล่นๆ (อย่างที่เห็นด้านบน)

ผลคือ แม่งก็สนุกดีอ่ะ

 

เราเลยลองมาทบทวนว่า ภาษาวิบัติเนี่ยมันมีดีตรงไหน

เอาล่ะ ! มาดูกันดีกว่าว่าภาษาวิบัติทำอะไรให้เราได้บ้าง

 

ข้อหนึ่ง เลย ภาษาวิบัติทำให้คนมีหัวคิดสร้างสรรค์มากขึ้น!

 

ใครคิดว่าไม่จริงบ้างครับ?

ดูแต่ละตัวสิ

อ่านก็ยาก เข้าใจก็ยาก ภาษาไทยธรรมดาก็อ่านยากพออยู่แล้ว

แปลว่าคนอ่านภาษาพวกเนี้ยออก ต้องเก่งโคตร!

แต่ที่ผมซูฮกยกสองมืองามๆไห้วเลยคือคนคิดภาษาวิบัติครับ

บางครั้งเราจะได้เห็นภาษาวิบัติแบบ

 

ฝานนนน ดี น้า คร้า ลั๊ก น้า ตัวเองลลลล์ จุ๊บบ บบ ส์ๆๆๆๆ ๆ ๆ ๆ

 

กิลลลล์ ไล๊ อ๊า ยั๊ง อ๊ะ ค๊ะ ----???  คิ๊ ถุง มั๊กมั่ก รุยยย ~”

 

........คนพวกนี้นี่ยิ่งกว่าราชบัณฑิตนะครับ

เพราะพวกมันสามารถทำให้ตัวการันต์เนี่ยโผล่มาตรงไหนก็ได้ของประโยค!

แล้วมันสามารถทำให้ศัพท์ง่ายๆกลายเป็นศัพท์ที่ยากมากเลยครับ

สารภาพนะครับว่า คิ๊ ถุง เนี่ย ผมนั่งแปลอยู่นานพอสมควร

ถ้ามันออกข้อสอบโอเน็ต ผมว่าเจ๊ทุมโดนหนักครับ!

 

เห็นไหมครับ คนไทยมีหัวศิลป์มาแต่โบราณ การคิดประดิษฐ์..เอ่อ สร้างสรรค์คำพวกนี้ขึ้นมานี่ ถ้าไม่มีหัวสร้างสรรค์นี่ไม่สามารถนะครับ

คนไทยโคตรอาร์ตครับ!

กูยอมครับ!

 

ข้อสอง  เป็นการฝึกภาษาใหม่ไปในตัว!

 

ลองคิดดูเล่นๆนะครับ เกิดวันใดวันนึง ราชบัณฑิตยสถานเสือกรำคาญภาษาวิบัติ แล้วจับแม่งมาลงพจนานุกรมหมด เด็กไทยคงได้ฝึกภาษาใหม่กันสนุกล่ะครับ

แต่มันดีนะครับ เพราะราชบัณฑิตจะได้มีงานทำ

เยาวชนจะได้ใช้ภาษาวิบัติอย่างถูกแบบแผน และเป็นไปในทางเดียวกันครับ!

 

แต่การจำภาษาวิบัติเนี่ย บางคนอาจมองว่า มึงมาจำภาษาไทยให้ถูกต้องดีกว่ามั้ย

ไม่ครับ วัยรุ่นไทยชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก

บางทีการทำแบบนี้นอกจากจะทำให้ภาษาวิบัติดูเป็นระเบียบขึ้น นักเรียนไทยได้ฝึกภาษามากขึ้นแล้ว

 

มันยังทำให้ภาษาวิบัติไม่วิบัติด้วยนะเออ!

 

ข้อสาม รักษาความลับโคตรราชการ!

 

ดูยิ่งใหญ่เวอร์ๆว่ามั้ยครับ แต่ขอโทษ มันจริงนะว้อย!

เรื่องมันเริ่มจาก เพื่อนผมมันอัพสเตตัสบนเว็บไซต์ชื่อดังแห่งหนึ่งว่า เพื่อนๆ เรามาใช้ภาษาวิบัติกันเถอะ

ด้วยเหตุผลที่ว่า มันไปแลกเปลี่ยนครับ แล้วโฮสแฟมิลี่ของเขาเปิดเว็บเนี้ย แล้วเปิดโปรไฟล์ของเขา

แล้วทำอะไรล่ะครับ..

Comment on wall post...

 

เอ้ย

 

ไม่ใช่

 

เค้าทำการเอา Wall post ไปแปลกับพี่กู(เกิ้ล)ทานเสลดครับ!

 

เห้ย....

คิดไปคิดมามันก็จริงแหะ...

ลองคิดดูเล่นๆนะครับ ขนาดพี่กูทานเสลด ที่ว่ารอบรู้ แปลได้สิบๆภาษาในโลก ยังแปลภาษาวิบัติไม่ออก

ถ้าประเทศไทยเราหันมาใช้ภาษาวิบัติกัน ต่างประเทศคงเจาะข้อมูลเราแล้วอ่านไม่รู้เรื่องแน่ๆครับ!

อยากให้รัฐบาลเอาไปคิดจัง ว่ามั้ย?

 

ข้อสี่ เป็นหนึ่งในแนวทางการกลับมาใช้ภาษาปกติของคนไทย

 

หรือจะปฏิเสธว่าการใช้ภาษาวิบัติมาจากการสร้างสรรค์ของคนไทย ให้ภาษาดิ้นได้ ให้เกิดความสละสลวย

ถ้ามาจากความสร้างสรรค์อย่างนั้น คงไม่มีคนออกมาต่อต้านจนทุกวันนี้หรอกครับ!

ผมคิดว่าไอ้ภาษาเนี้ย มันน่าจะเริ่มต้นจากเว็บไซต์บนโลกออนไลน์ซักเว็บ หรืออะไรบางอย่างที่มีการเปลี่ยนวิธีการสะกดให้ดู แอ๊บแบ๊ว และอ่านง่ายไม่เปลี่ยนความหมาย อาจจะเป็นเอกลักษณ์ในการทำอะไรสักอย่าง

แล้วคนไทยที่กำลัง เบื่อ กับภาษาพ่อขุนราม ที่มีการปรับปรุงมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง จากภาษาเดิมๆที่เขียนบรรทัดเดียวกันหมดกลายเป็นภาษาที่ใช้บรรทัดเขียนพร่ำเพรื่อไปเลย!

เมื่อมีการเริ่มจุดประกายความสร้างสรรค์...

คนไทยก็ตอบสนองอย่างไม่รีรอครับ

คิดว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของตำนานภาษาวิบัติ

 

แล้วนิสัยคนไทยคืออะไรครับ?

มีกฎ กูแหก

มีสะพานลอย กูวิ่งให้รถเฉี่ยว

มีโทรศัพท์ กูจะข้อความ (พบมากโดยเฉพาะโทรศัพท์ยี่ห้อนึง ที่มีชื่อย่อเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษสองตัวติดกัน)

มีห้าง กูจะเผา

เอ้ย อันนี้ไม่ใช่...

 

เอ่อ ด้วยนิสัยต่างๆเหล่านี้ของคนไทย

เมื่อเราหันมาใช้ภาษาวิบัติ อะไรจักเกิดขึ้นรือ!?

 

กูเบื่อ พาสาหอยอะรายแว้ ไม่มีการัน ไม่เท่เลยแว้ กลับปายช้ายพาสาเดิมกาน

โอย ช้ายกันทั่วบ้านทั่วเมือง ไรแว้ ไม่แนวเลย กูแหวกแนวก้อด้าย แสรสส

 

อะไรอย่างนี้

ผมหวังว่าถ้าเราหันมาใช้กัน เราจะได้เห็นภาพเหล่านี้นะครับ

เห็นด้วยไหม?

 

ปล. ข้อนี้อาจจะนำมาประยุกต์กับกฎหมายได้ ถ้าชอบแหกกันนักก็ลองตั้งกฎเลวๆสิ เผื่อบ้านเมืองจะดีขึ้น (:

 

ข้อห้า  เวลาในการอ่านของคนไทยจะมีมากขึ้น!

 

อันนี้พูดถึงเวลานะครับ

ด้วยนิสัยของคนไทย (อีกแล้ว)

อะไรๆกูก็เชื่อ

มีที่มา กูยิ่งเชื่อ

ยิ่งอธิบายไม่ได้ กูงมงายเลย!

 

เวลามีโพลล์มาบอกเสียๆหายๆว่า คนไทยมีเวลาอ่านหนังสือน้อย (อย่างน้อยก็น้อยกว่าดูโทรทัศน์ เพราะไทยดูเยอะที่สุดในโลก!)

นี่ครับ แก้ปัญหาได้เลยนะ

กว่าจะอ่านออก กว่าจะแปลออก เสียเวลาเยอะไหมครับท่าน

ใครอ่านบทแรกคงเข้าใจดี

(แต่ผมเชื่อว่ามีบางคนไม่อ่านบทแรก มาอ่านบทนี้ทีเดียวด้วยแน่ๆ)

ทีนี้คนไทยจะได้อ่านหนังสือกันนานกว่าเดิม! (แต่ปริมาณเท่าเดิม!)

 

-----------------------------------------------------------------------------------

 

ฝากไว้สักนิดนะครับ

ที่ผมเขียนไว้เป็นข้อดี

แต่การใช้ภาษาวิบัติไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะครับ

เป็นไปได้ เลิกใช้กันเถอะ

ก่อนที่ทุกคนจะหันมาใช้กันเหมือนที่ผมชวน!

(แอ้ งี้ผมก็ผิดเซ่ะ)

 

ด้วยรัก

ผมเอง

Comment

Comment:

Tweet

เอ่อครับ อ่านแล้วเจ๋งดี วิเคราะห์ได้ถึงกึ๋นมากกกHot! ภาษาดีๆ ทำให้อ่านยากได้ เก่งกันจังconfused smile

#5 By Mr.P on 2011-05-17 17:08

อ่า พยายามมองในแง่ดีสินะคะ big smile

จริงๆเราก็ไม่ได้รังเกียจอะไรมาก
แค่ไม่อยากให้คนไทยใช้กัน
เพราะยังไงเราก็มีภาษาำไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ

ถ้าเอาภาษาแบบนี้มาทดแทน ก็ไม่ไหวอ่ะ big smile

#4 By raikemaru on 2010-09-24 14:57

อันนี้อ่านง่ายกว่าเยอะจริงด้วย เหอๆ sad smile
วิบัติมากไปก็อ่านไม่ออกเหมือนกันนะคะ sad smile

อืม ... เอนทรีนี้สอนให้มองโลกในแง่ดีสินะ xD

#3 By かぞくのあい ,, * on 2010-06-12 18:25

ยอมรับเลยว่าอ่านเอนทรี่นี้ง่ายกว่าอันนั้นเยอะเลย
(ยกมือขยี้ตา)
...วิบัติไป วัยรุ่นบางคนก็งงเหมือนกันนะ -*-

#2 By White Lily on 2010-06-10 20:11

อั่ก น่ากลัวมาก 55555
แต่กูเกิ้ลทรานสเลทนี่เจ๋งมาก! มันแปลภาษาวิบัติไม่ออกด้วยล่ะตัวเธอว์ ;'D

ยังไงก็ไม่อยากให้ใช้กันเยอะๆ ขนาดนั้นอ่ะ พูดภาษาไทยปกติยังไม่ค่อยจะเข้าใจ มาเจอภาษาวิบัตินี่ต้องแปลกันสักแปดตลบ เซลล์สมองเสื่อม 55555 sad smile

#1 By Cherished Cherie :) on 2010-06-06 11:05