*เนื้อหาในบล็อกต่อไปนี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่จริง แต่คิดว่ามันไม่เกี่ยวไว้ก่อนก็แล้วกัน*

 

 

สวัสดีครับชาว Exteen

วันนี้ผมมีปัญหาโลกแตกมาให้คิดกันเล่นๆ

 

ทำไมร้านขายแว่นต้องขายนาฬิกา?

คือผมว่ามันเป็นเรื่องที่ทุกคนอาจเคยสงสัยตั้งแต่ตอนเด็กๆ

ว่าทำไมร้านขายแว่นต้องมีนาฬิกา

บางร้านมีเครื่องคิดเลขขายด้วยแน่ะ

ผมเลยไปสอบถามจากผู้รู้ ได้ความมาเช่นนี้ครับ

 

 

 

 

*เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริงปากคำจากผู้รู้ทั้งหลาย ซึ่งไม่รู้ว่าเค้าไปรู้มาจากไหน แต่ฟังๆเค้าหน่อยเถอะ โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟังนะครับ*

 

คำให้การที่ 1 :: จากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

สมัยก่อน ในประเทศอังกฤษมีร้านตัดแว่น แล้วลูกชายเจ้าของร้านตัดแว่น (ต่อจากนี้ไปจะขอย่อว่า ลชจขรตว.)ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียว ได้ไปแต่งงานกับลูกสาวเจ้าของร้านขายนาฬิกา

โดยที่ลูกสาวเจ้าของร้านนาฬิกา (ต่อจากนี้จะขอย่อว่า ลสจขรนฬก.) ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวเช่นกัน ก็ได้รับมรดกจากพ่อที่เป็นเจ้าของร้านขายนาฬิกา

ในสมัยก่อนผู้หญิงยังไม่ฉลาดและยังไม่ได้รับการศึกษา การจะบริหารร้านให้เป็นไปได้ด้วยดีนั้นจึงทำยาก

เลยมีการปรึกษากันระหว่างสามีภรรยาทั้งคู่

ลชจขรตว. ได้เสนอแก่ภรรเมียของเขาว่า เราก็จ้างคนมาดูแลร้านเสียสิ

แต่ ลสจขรนฬก. ไม่เห็นด้วย เพราะกลัวว่าจะเกิดการฉ้อโกงเงินในร้าน

ทั้งสองจึงคิดร่วมกันใหม่ ว่าทำอย่างไรจึงจะบริหารทั้งสองร้านให้สืบทอดต่อไปได้อีกหลายปี

ทั้งสองคิดแล้วคิดอีกก็คิดไม่ออก

คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก

คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก

คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก..

คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกอยู่นานหลายปี ร้านขายนาฬิกาที่ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าที่ เนื่องด้วยไม่มีใครมาบริหารร้านก็ถูกยึดที่

สองสามีภรรยาจึงต้องย้ายของจากร้านนาฬิกามาขายในร้านแว่นแทน

แล้วคิดต่อไปว่าทำยังไงจึงจะบริหารทั้งสองร้านไปด้วยกันได้..

เอ่อ.. ยังคิดอยู่อีกเรอะ..

แล้วคิดต่อมาเรื่อยๆ...จนสองสามีภรรยาเสียชีวิต มรดกจึงตกแก่รุ่นลูก

และสืบทอดต่อมาเรื่อยๆ จนรุ่นลูกของลูก รุ่นหลานของลูก รุ่นเหลนของลูก และมีการ สืบทอดวิชาการตัดแว่นไปต่างประเทศ

แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าทำยังไงถึงจะบริหารร้านขายนาฬิกากับร้านขายแว่นไปพร้อมๆกันได้

จึงขายร่วมกันมาโดยตลอด โดยยังไม่แยกร้าน เพราะเจ้าของร้านก็ยังคิดไม่ออก..

 

 

เอ่อ.. กูก็คิดไม่ออก...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำให้การที่ 2 :: จากผู้ประสงค์จะออกนาม แต่ไม่มีนามให้ออก

แบบว่าเมื่อก่อนนะครับ แบบว่าร้านแว่นคือร้านของคนที่มาซื้อแว่นใช่ไหมครับ

และเพราะพวกเขาสายตาไม่ดีกัน เลยแบบว่าไม่รู้วันเวลาจริงๆ

เวลาแบบว่าเขามาซื้อแว่นนะครับ ที่ร้านเลยต้องมีนาฬิกาแขวนไว้ครับ

ลูกค้าที่สายตาแบบว่าย่ำแย่จะได้หลุดจากสังสารวัฏแห่งการไม่รู้เวล่ำเวลาเสียทีอ่ะครับ

แบบว่านานๆเข้าลูกค้าแบบว่าชักชอบใจนาฬิกา เลยขอซื้อจากร้านแว่นซะเลย

ร้านแว่นเลยแบบว่าขายนาฬิกาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาครับ..

 

 

แบบว่าง่ายดีนะครับ..

 

 

 

 

 

 

 

คำให้การที่ 3 :: จากเจ้าของร้านขายแว่นแห่งหนึ่งย่านการค้าชื่อดังในจังหวัดนครพนม

ก็เตี่ยอั๊วะขายมาเงี้ย อั๊วะก็สืบทอกต่อมา!

รึลื้อจะให้อั๊วะเลิกขายนาฬิกา!

ลื้อเป็งไส้ศึกร้างข้างๆป่าวว้า!

มึงออกไปไกลๆตีงกูเลย ไอเหี้ยะ!

 

..........กูไปก็ล่ายสักเอ้ย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำให้การที่ 4 :: จากพนักงานร้านแว่นชื่อดัง

มันเป็นโปรโมชั่นของร้านค่ะ ซื้อแว่นแถมนาฬิกา ซึ่งไม่รู้ว่าจะแถมทำติ่งอะไร

คนเค้าจะซื้อแว่น ตัดแว่นค่ะ ไม่ใช่อยากได้นาฬิกา

เพราะอย่างนี้มั้งคะเลยต้องมีนาฬิกาในร้านแว่น

วันดีคืนดีแม่งจะเอาร่มมาแถมในร้านด้วยนะคะ ได้ยินว่าอีกร้านเค้าแถมร่มกัน

กูขายแว่นพร้อมนาฬิกาก็จะแย่ มึงจะให้กูขายร่มอีกหรอคะ

เหนื่อยนะคะ ไม่ใช่ไม่เหนื่อย..

เข้าใจความรู้สึกกันมั้ยคะ...

ฮึก..

(ผู้ให้การสัมภาษณ์บ่อน้ำตาแตก พนักงานคนอื่นต้องวิ่งมาห้าม)

 

....ดราม่าใส่กูอีกแน่ะ..

 

 

 

......................................................................

.........................................................

..........................................

.......................

.........

...

..คือ..

หลังจากการสัมภาษณ์มาสี่แห่งเนี่ย

ยังให้คำตอบไม่ได้อยู่ดีครับ ว่าทำไมร้านแว่นต้องขายนาฬิกา

ทั้งๆที่เหลือประเด็นเครื่องคิดเลขอีกนะครับ..

คิดมากๆเข้าก็เริ่มปวดหัวแล้วล่ะครับ อีสี่ตัวข้างบนมันดูดพลังผมไปเยอะ

เอาเป็นว่า จะเชื่อเรื่องไหนก็แล้วแต่จะคิดนะครับ

ถ้าคุณอยากได้นาฬิกาไปซื้อที่ร้านขายแว่นได้นะคร้าบ :D

คิกคิก

เจอกันเอนทรี่หน้าครับ

 

 

ด้วยรัก

มนุษย์ส้ม

Comment

Comment:

Tweet

ฮะๆ

ฮาดีค่ะๆcry

#7 By petitster on 2010-06-02 22:57

อออวววว์ ที่มามันมาแบบนี้นี่เอง (หัวเราะเลว) confused smile

#6 By Cherished Cherie :) on 2010-06-02 21:19

555 ทำไมร้านที่ 3 ดุจังครับ

#5 By keaaaa on 2010-06-02 21:11

ฮาอันที่สามค่ะ open-mounthed smile

อันที่หนึ่งนี่สุดยอด มีหลักการมาก 55555


ปล.ย่อแล้ว งง ไม่แพ้ชื่อเต็มๆ เลยค่ะ ^^'

#4 By iPranggs ♥ on 2010-06-02 20:32

ย่อแล้วงงกว่าเดิมอีกอะค่ะ =w="

แต่คำให้การที่ 3 นี่สุดๆเลย =w=

#3 By AKEmi~* on 2010-06-02 20:18

5555 cry

#2 By Ultrapup on 2010-06-02 20:16

ลูกชายเจ้าของร้าน...ผมว่าพอย่อแล้วงงไม่แพ้เรียกเต็มๆ เลยนะครับ

#1 By Mr.P on 2010-06-02 20:08